พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

20 ธันวาคม 2525 (ณ บ้านถ้ำติ้ว อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร)

” ป่ารักน้ำ ” พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า 🌳

“เราต้องเข้าใจให้ลึกซึ้งว่าทรัพยากรป่าไม้นั้นสำคัญต่อพวกเรามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งป่าไม้ 🌳 เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่ให้ความชุ่มฉ่ำต่อแผ่นดินและป่าไม้ ต้องมีสัตว์เพื่อช่วยในการขยายพันธุ์และสร้างความสมดุลของธรรมชาติ ส่วนสัตว์ป่านั้นก็ต้องมีแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัย 🦉

จึงกล่าวได้ว่า มนุษย์ ป่าไม้ และสัตว์ป่า มีความสัมพันธ์กันอย่างละเอียดลึกซึ้งจนไม่สามารถจะขาดส่วนหนึ่งส่วนใดได้” 🙇🏻‍♂️

✨ พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

20 ธันวาคม 2525 (ณ บ้านถ้ำติ้ว อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร)

✨ นอกจากโครงการในพระราชดำริที่เราคุ้นเคยกันอย่างศูนย์ศิลปาชีพ และโครงการงานหัตถกรรมในเครือแล้ว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ยังทรงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ผืนป่า 🌳

💥 เนื่องจากทรงเล็งเห็นว่าพื้นที่ป่าไม้ มีจำนวนลดน้อยถอยลง ส่วนหนึ่งของปัญหามาจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีสาเหตุจากการที่ชาวบ้านลักลอบตัดไม้ และประการสำคัญคือพระองค์ทรงพบว่า สาเหตุจากการลักลอบตัดไม้ทำลายป่ามาจากปัญหาความยากจน ชาวบ้านหาที่ทางทำกินโดยการแผ้วถางเผาป่า เผาครั้งหนึ่ง 50 – 60 ไร่ แต่ได้นำมาใช้ประโยชน์ในการเกษตรจริง ๆ เพียง 5 – 10 ไร่เท่านั้น

🩵 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงห่วงใยปัญหานี้ และทรงวิตกว่า ประเทศชาติกำลังสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ พระองค์จึงพระราชทานพระราชดำริ ให้จัดตั้ง ” โครงการป่ารักน้ำ ” เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ทุกข์ยากให้ได้มีอาชีพที่สุจริต มีรายได้เพื่อประทังชีวิต โดยไม่ตัดไม้ทำลายป่าอีกต่อไป

💧 ” โครงการป่ารักน้ำ ” เริ่มทดลองครั้งแรกที่บ้านน้ำติ้ว ตำบลส่องดาว อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2525 เป็นโครงการปลูกป่าด้วยพันธุ์ไม้ที่เติบโตเร็ว โดยราษฎรเป็นผู้ปลูกและดูแล บนพื้นดินที่พระองค์ท่านทรงซื้อและทรงเช่าพระราชทาน รวมทั้งพระราชทานเงินเดือนแก่ราษฎรผู้ยากจนที่เข้าโครงการ

🌟 วิธีการดำเนินงานของพระองค์ คือ ได้ขอซื้อพื้นที่ที่ชาวบ้านแผ้วถางแล้วถูกทิ้งร้างโดยนำพื้นที่ดังกล่าวมาพัฒนาต่อยอดเป็นโครงการป่ารักน้ำ ทรงเริ่มต้นด้วยการจัดหาที่ทางให้ชาวบ้านพักอาศัย หาอาชีพให้ มีการจัดสรรพื้นที่ให้คนละ 1 – 2 ไร่

🏠 ภายในพื้นที่ประกอบด้วยบ้าน มีที่ทำกินให้ปลูกพืชผักและไม้ผลต่าง ๆ มีการเลี้ยงสัตว์จำพวกไก่และเป็ด ส่วนหนึ่งเป็นผืนนารวม นอกนั้นเป็นพื้นที่สำหรับปลูกป่าทั้งหมดโครงการฯ ส่งเสริมให้ชาวบ้านเป็นทั้งผู้ปลูกและดูแลป่า

💖 ทำให้เกิดความรู้สึกหวงแหนและมีสำนึกรักเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับผืนป่า 🌳 ทั้งหมดนี้จะให้ชาวบ้านในพื้นที่ช่วยกันดูแล โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงว่าจ้างชาวบ้านเป็นรายเดือน จากนั้นพระองค์จะทรงลดความช่วยเหลือไปเรื่อย ๆ เมื่อชาวบ้านสามารถตั้งตัวและหาเลี้ยงชีพได้ โครงการก็จะชะลอและยุติลง

🌳 เมื่อได้ทรงริเริ่มโครงการป่ารักน้ำขึ้นแล้ว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ยังได้พระราชทานพระราชนโยบายให้จัดตั้งหมู่บ้านป่ารักน้ำขึ้น 🏠 ให้มีสถานะเป็นบ้านน้อยในป่าใหญ่ เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ยากจนไม่มีที่ทำกิน

🙏🏻 มีความขยันขันแข็งและประพฤติดี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างบ้านให้อยู่อาศัยมีหน้าที่ดูแลรักษาต้นไม้และพระราชทานเงินเดือนให้ครอบครัวละ 1,500 บาท

✨ ปัจจุบันโครงการป่ารักน้ำในพระราชดำริมีอยู่ทั้งสิ้น 5 แห่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ โครงการป่ารักน้ำ บ้านถ้ำติ้ว ตำบลส่องดาว อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร, โครงการป่ารักน้ำ บ้านป่ารักน้ำ ตำบลโคกสี อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร, โครงการป่ารักน้ำ บ้านกุดนาขาม ตำบลเจริญศิลป์ อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร, โครงการป่ารักน้ำ บ้านจาร ตำบลม่วง อำเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร และโครงการป่ารักน้ำ บ้านทรายทอง ตำบลปทุมวาปี อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร

✨ นอกจากพื้นที่ต่างจังหวัดแล้วพระองค์ยังทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพมหานครอีกด้วย 🌳 พระองค์พระราชทานการจัดสร้างสวนสาธารณะโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนกรุงเทพฯ มีปอดขนาดใหญ่สำหรับหายใจรับอากาศบริสุทธิ์ เป็นแหล่งพักผ่อน และแหล่งเรียนรู้

✨ ในปี 2559 สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์และมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ได้ร่วมมือกันจัดสร้างสวนสาธารณะในรูปแบบ “ สวนป่า ” 🌳 ขึ้นภายในสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ แห่งเดิม

cr. กรมดุริยางค์ ทหารบก 4 สิงหาคม 2568

Scroll to Top